แม่ทัพ
กองหน้า = Noun = คำนาม แสดงประธานของประโยค
แม่ทัพ
กองกลาง = Verb = คำกริยา แสดงอาการของประโยค
แม่ทัพ
กองหลัง = Object of verb
= แสดงกรรมของประโยค
ฝ่ายเสบียง = Complementary = ส่วนเติมเต็ม
ขอเสนอเรื่องราวของกองทัพประโยค
บทนำ
ณ ดินแดนโบราณอันไกลโพ้น ชื่อว่า Land of Sentence
ยังมีราชอาณาจักรชายทะเลแห่งหนึ่ง (kingdom)
ถูกปกครองโดย
ราชินี พระนามว่า Queen
of Sentence
พระนางถูกหมายปองจาก
พระราชาจากต่างแดนมากมาย
(oversea)
พระนางทรงเชี่ยวชาญด้านการศึกสงคราม
(war)
พระนางจึงรับสั่งให้
ขุนศึกทั้งหลาย เตรียมพร้อมเพื่อเข้าสู่สนามรบ (Battlefield)
“ข้า
ในนามแห่งองค์ราชินี ผู้ปกครองดินแดนแห่งนี้ (ruler)
ขอใช้อำนาจนี้
เพื่อปกครองตัวข้า และดินแดนอันเป็นที่รักแห่งปวงข้า (power)
ข้า Queen of Sentence ขอสั่งให้ทหารกล้าทั้งหลาย
จงแบ่งเหล่าทัพภายใต้การบังคับของ
แม่ทัพ กองหน้า (Noun)
แม่ทัพ
กองกลาง (Verb)
แม่ทัพ
กองหลัง (Object of verb)
และ
ฝ่ายเสบียง
(Complementary)”
บทที่ 1
ลักษณะของผู้นำทัพหน้า
(Noun)
ตั้งแต่ยุคนักรบโบราณมานั้น
แม่ทัพกองหน้า
จะมีตำแหน่งตายตัว
แต่มาถึงยุคของพระนาง
Queen of Sentence
ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปคือ
การวางตำแหน่งของผู้ที่ดำรงตำแหน่งนี้
ไม่ได้ระบุตายตัวว่า
จะต้องออกรบ ณ ตำแหน่งเดิมทุกครั้ง
บางกลยุทธ์ได้มีการปรับเปลี่ยนไป
เพื่อให้สามารถล่อหลอกศัตรูได้อย่างดีเยี่ยม
คือสามารถไปประจำการในตำแหน่งของ
แม่ทัพ กองหลัง (Object
of verb)
ลักษณะเหมือนกับการเล่นหมากแบบโกะ
ที่ตัวหมากหน้าตาเหมือนกันหมดก็จริง
แต่ความสามารถของ
ผู้นำทัพหน้า (Noun) ยังคงเหมือนเดิม
คือ
มีความเป็นตัวของตัวเองสูง
ชุดเกราะประจำตำแหน่งที่ใช้
ต้องเหมือนเดิม ตายตัว ไม่เปลี่ยนแปลง
มีเอกลักษณ์
เฉพาะตัว ไม่เหมือนใคร
บทที่ 2
ลักษณะของผู้นำทัพกลาง (Verb) หรือทัพหลวง
มีชื่อตำแหน่ง
Head of Direction
เพราะเป็นผู้กำหนดทิศทางในการสู้ศึกครั้งนั้น
ชุดเกราะประจำตำแหน่งที่ใช้
ไม่จำเป็นต้องเหมือนเดิมทุกครั้ง
ขึ้นอยู่กับ เวลาของประเทศที่ไปทำศึก มาอันดับหนึ่ง
และตามด้วย จังหวะ
ท่าทางและอารมณ์ ของ Queen
of Sentence
บทที่ 3
ลักษณะของผู้นำฝ่ายเสบียง (Complementary)
ต้องมีความสามารถที่หลากหลาย
โดยเฉพาะรู้จักการเติมเต็มกำลังของทุกเหล่าทัพให้อิ่มหนำสำราญ
รู้จักการปรับตัวเข้าหาผู้นำทุกเหล่าทัพได้เป็นอย่างดี
สามารถเสริมกำลังให้กองทัพมีความสมบูรณ์พร้อมตลอดเวลา
บทที่ 4
ศึกครั้งแรก
พระนาง Queen of Sentence
ทรงบัญชาให้
แม่ทัพกองหน้า (Noun)
แต่งชุดเกราะเหมือนทุกครั้งที่ไปกรำศึก
และประจำตำแหน่งปกติของแม่ทัพ
กองทัพได้เดินทัพไปสู้ศึก
ณ เมือง Fact &
Routine
พระนางให้ชื่อศึกครั้งนั้นว่า
Simple Tense
การศึกนั้นเป็นไปอย่างเชื่องช้าและเนิบนาบ
ยืดเยื้อยาวนาน
ตะวันออกจนตะวันตก
ขึ้นลงนับครั้งไม่ถ้วน
จากวันเป็นเดือน
จากเดือนเป็นปี
จนทหารเหนื่อยล้า
แต่ในที่สุด ฝ่ายของพระนางก็เป็นฝ่ายมีชัย
เหนือเมือง Fact & Routine
พร้อมกันนั้น
พระนาง Queen of Sentence
ก็ทรงสั่งให้ แม่ทัพ
กองกลาง (Verb)
แต่งกายในรูปแบบปกติ
(Infinitive Verb)
แต่ด้วยความที่การรบ
ณ เมือง Fact & Routine
ได้เกิดโรคระบาด
ทำให้ต้องมีการเปลี่ยนตัวผู้นำทัพ
(Pronoun) อยู่หลายหน
จึงทำให้ช่างตัดเย็บชุดเกราะ ให้แม่ทัพกองกลาง (Verb)
ผู้นำทัพ (Pronoun) บางคนตัวอ้วน (-es) บางคนตัวผอม (-s)
ก็จำต้องเปลี่ยนชุดเกราะไปตามขนาดของแม่ทัพกองกลาง
(Verb) แต่ละคน
การศึกบางครั้ง
ที่ยากมาก ๆ
หากจำเป็นต้องใช้ผู้นำทัพหลายคน
(Plural Noun)
เพื่อทำงานร่วมกัน
ผู้นำกองกลางที่เข้าขากันได้ (Verb) เพียงคนเดียว
ก็สามารถเป็นไปได้
บทที่ 5
การศึกที่กองกำลังความถี่
ณ เมือง Fact & Routine
มีกองกำลังที่ใช้แมลงมีพิษ
หลากหลายสายพันธุ์ เป็นอาวุธ
(Adverb of
Frequency)
เพื่อต่อกรกับกองทัพของพระนาง
Queen of Sentence
ทำไมถึงมีชื่อกองกำลังว่า
ความถี่ (Frequency)
ก็เพราะจากกลยุทธ์ที่กองกำลังนี้ใช้ต่อต้านศัตรู
ก็คือ
การปล่อยแมลงมีพิษ มาบ่อยบ้าง จนถึงนาน ๆ มาครั้ง
หรือแมลงบางสายพันธุ์ก็แทบจะไม่เคยถูกใช้งานในการรบเลย
เพียงแต่เลี้ยงไว้ข่มขวัญชาวเมืองอื่นก็เท่านั้น
No comments:
Post a Comment