Saturday, August 4, 2012

เกร็ดจิปาถะ ในการรบ


บทที่ 7
การเลื่อนตำแหน่งให้แก่ทหารประจำการทัพหน้า (Noun)

ทหารเลว ทั่วไป ติดยศแต่เพียง A
หากทหารเลว พวกนั้น มาจากตระกูลทหารเลว รุ่นพ่อ รุ่นปู่
(A,E,I,O,U) จะติดยศให้เป็น An
แต่หากมีความดีความชอบจำได้รับบำนาญเป็น ท่าน The
สืบไปจนชั่วลูกชั่วหลาน


บทที่ 8
คำสั่งในการจัดแถวทหาร
(Preposition of Time)

พระนาง Queen of sentence
ทรงให้บัญญัติ วิธีการในการจัดแถวทหารขึ้น เป็นครั้งแรก
At    = ยืนตรง (Hour)
On   = ยืนเป็นแถวหน้ากระดาน (Date, Day)
In     ใช้กับจำนวนนับกองร้อย  (month, Season, Year)
By = Before สั่งหยุด (ภายใน)
From..To  =  สั่งให้ทำบางสิ่ง ตั้งแต่หัวแถวยันปลายแถว
Between..and also = สั่งให้ทำบางสิ่ง ระหว่าง หัวหน้า และลูกน้อง



บทที่ 9
ทหารในสังกัด กองทัพหน้า
(Redundant subject)

เมื่อกองทัพของพระนาง Queen of Sentence
มีขนาดใหญ่ขึ้น ไพร่พลที่รวบรวมมาจากเมืองต่าง ๆ ก็มากขึ้น
จึงทำให้ต้องมีการสังกัดไพร่พล
หนึ่งในสังกัดที่สำคัญคือ สังกัดกองทัพหน้า (Subject)
แบ่งได้ 3 กองใหญ่ ๆ คือ
กอง Which สังกัดหมวด รักษาการณ์อาวุธ
กอง Who สังกัดกองประจำการระดับนายพล
กอง Where สังกัดกองลาดตระเวน หรือหน่วยสืบแมวเซา คอยหาข่าวกรองตามสถานที่ต่าง ๆ ยามทำศึก



บทที่ 10
ความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้นำกองทัพหน้า และกองทัพกลาง
(Subject-Verb Agreement)


พระนาง Queen of Sentence
มีบัญชาให้ อำนาจสูงสุด อยู่ที่ ผู้นำกองทัพหน้า (Subject)
ซึ่งแบ่งผู้นำออกเป็น 2 ลักษณะคือ
ลักษณะฉายเดี่ยว (Singular)
และทำงานเป็นทีม (Plural)

ซึ่งอำนาจนี้
ทำให้ผู้นำกองทัพหน้า (Subject)
สามารถกำหนดตัวผู้นำกองทัพกลาง (Verb) ที่จะเข้าร่วมในศึกครั้งนั้น

พระนาง Queen of Sentence
ทรงประสงค์ให้เกิดความสำเร็จจากการทำงานที่เกิดจากความสัมพันธ์อันดี
ของผู้นำทั้ง 2 เหล่าทัพ


บทที่ 6 การเดินทางข้ามห้วงเวลา


บทที่ 6
การเดินทางข้ามห้วงเวลา

ในยุคของพระนาง Queen of Sentence
ทุกเมืองต่างมี “ประตูมิติ” เป็นของตนเอง
แต่บางครั้ง ประตูมิติ ก็อาจทับซ้อนได้บางจังหวะของเวลา

ศึกครานี้ พระนางหมายใจจักได้เมือง Go-Went-Gone
ที่สามารถควบคุมมิติแห่งเวลาถอยหลัง หรือย้อนกลับได้
ทรงให้ชื่อศึกว่า Past Simple Tense

เมือง Go-Went-Gone
มีป้อมปราการอยู่ที่เชิงเขาทั้ง 3 ทางเข้าออก
เจ้าเมืองมีนิสัยรักประวัติศาสตร์ จึงมักจะใช้ประตูมิติ
ย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น เมื่อนานมาแล้ว


ซึ่งเป็นสิ่งที่ พระนาง Queen of Sentence
ก็ทรงประสงค์จะทอดพระเนตรเห็นบ้านเมืองของพระองค์
เมื่อครั้งบรรพกษัตริย์บ้าง เฉกเช่นเดียวกัน

ความรู้ไปถึงพระเนตรพระกรรณของเจ้าเมือง Go-Went-Gone
พระองค์จึงจัดทัพรอรับศึกด้วยองค์เอง
เพราะจักใคร่เห็นพระสิริโฉมของพระนาง Queen of Sentence

นอกจากทรงงดงามแล้วยังเชี่ยวชาญการศึกยิ่งนัก
หากการศึกครานี้ พระองค์กรำชัยชำนะ ก็จักได้ครอบครองตัวพระนางด้วย
555 เจ้าเมือง Go-Went-Gone ทรงกำสรวลอยู่ในพระทัย

การศึก Past Simple Tense ครานี้
พระนาง Queen of Sentence ทรงให้แม่ทัพกองกลาง (Verb)
เป็นผู้ออกอุบายในการรบ
เพราะท่านมีความเชี่ยวชาญในการเดินทางข้ามมิติแห่งเวลา

เมืองหน้าด่านของศึกคราแรกชื่อว่า หมู่บ้าน Ago
ลักษณะหมู่บ้านค่อนข้างซอมซ่อ เก่าแก่ เพราะเป็นแหล่งโบราณสถาน
ผู้คนก็แก่ชรา บ้านเรือนเริ่มผุพังไปตามกาลสมัย

แม่ทัพกองกลาง(Verb) ใส่ชุดสีเทาอึมครึม (verb 2) เพื่อเป็นการพรางตัว

เมื่อเสร็จศึก แม่ทัพกองกลาง(Verb) กลับเข้าสู่ที่พัก
แม่ทัพกองกลาง(Verb) มีอาการเหนื่อยหล้า
จึงไม่ประสงค์เสื้อเกราะชุดใด (Negative Sentence)
นอกจากเสื้อผ้าธรรมดา (Infinitive Verb)

ความสุขจากการได้ชำระเหงื่อไคลหลังจากกรำศึกมาตลอด 7 วัน 7 คืน
ในอ่างอาบน้ำทองคำ
อยู่ ๆ ทหารรักษาพระองค์ของพระนาง Queen of Sentence
ก็มายืนถ่ายทอดคำสั่งให้เข้าเฝ้าในกลางดึกของคืนวันนั้นเลย
ทหารยศใหญ่ ถึงกลับหัวเสีย (Past Progressive)
แต่ด้วยเป็นเพราะหน้าที่ จึงจำใจต้องไปรับใช้นายเหนือหัว

“ข้าขอเดชะ แด่องค์ราชินี
พระองค์ทรงประสงค์สิ่งใด พระเจ้าข้า”

“ตามสบายเถิด ท่านขุนพลแห่งเรา
ข้า เพียงต้องการให้ท่านได้พักผ่อน จิบสุราเย็น ๆ เสียบ้าง
เพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยหล้า
..เอ้า อีนางเล็ก ๆ ออกมาต้อนรับขับสู้ ท่านขุนพล หน่อยเถิด”

ไม่นานนัก
ก็มีทหารยามนำข่าวการศึกเข้ามากราบทูล (Past Progressive)
ทหารยามทำหน้าไม่ค่อยจักสู้ดีนัก

เมื่อพระนางอ่านสาส์น นั้นจบ (When/While)
ทรงมีคำสั่งให้ รองแม่ทัพ (Verb ing) เข้าเฝ้า
เพื่อรับคฑากายสิทธิ์ Was/Were Being
เพื่อไปทำหน้าที่แทน ท่านแม่ทัพ กองกลาง (Verb)

ขอเสนอเรื่องราวของกองทัพประโยค


แม่ทัพ กองหน้า = Noun = คำนาม แสดงประธานของประโยค
แม่ทัพ กองกลาง = Verb = คำกริยา แสดงอาการของประโยค
แม่ทัพ กองหลัง = Object of verb = แสดงกรรมของประโยค
ฝ่ายเสบียง = Complementary = ส่วนเติมเต็ม


ขอเสนอเรื่องราวของกองทัพประโยค

บทนำ
ณ ดินแดนโบราณอันไกลโพ้น ชื่อว่า Land of Sentence
ยังมีราชอาณาจักรชายทะเลแห่งหนึ่ง (kingdom)
ถูกปกครองโดย ราชินี พระนามว่า Queen of Sentence
พระนางถูกหมายปองจาก พระราชาจากต่างแดนมากมาย (oversea)
พระนางทรงเชี่ยวชาญด้านการศึกสงคราม (war)
พระนางจึงรับสั่งให้ ขุนศึกทั้งหลาย เตรียมพร้อมเพื่อเข้าสู่สนามรบ (Battlefield)
“ข้า ในนามแห่งองค์ราชินี ผู้ปกครองดินแดนแห่งนี้ (ruler)
ขอใช้อำนาจนี้ เพื่อปกครองตัวข้า และดินแดนอันเป็นที่รักแห่งปวงข้า (power)
ข้า Queen of Sentence ขอสั่งให้ทหารกล้าทั้งหลาย
จงแบ่งเหล่าทัพภายใต้การบังคับของ แม่ทัพ กองหน้า (Noun)
แม่ทัพ กองกลาง (Verb)
แม่ทัพ กองหลัง (Object of verb)
และ ฝ่ายเสบียง (Complementary)


บทที่ 1
ลักษณะของผู้นำทัพหน้า (Noun)
ตั้งแต่ยุคนักรบโบราณมานั้น
แม่ทัพกองหน้า จะมีตำแหน่งตายตัว
แต่มาถึงยุคของพระนาง Queen of Sentence
ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปคือ การวางตำแหน่งของผู้ที่ดำรงตำแหน่งนี้
ไม่ได้ระบุตายตัวว่า จะต้องออกรบ ณ ตำแหน่งเดิมทุกครั้ง
บางกลยุทธ์ได้มีการปรับเปลี่ยนไป เพื่อให้สามารถล่อหลอกศัตรูได้อย่างดีเยี่ยม
คือสามารถไปประจำการในตำแหน่งของ แม่ทัพ กองหลัง (Object of verb)

ลักษณะเหมือนกับการเล่นหมากแบบโกะ  ที่ตัวหมากหน้าตาเหมือนกันหมดก็จริง
แต่ความสามารถของ ผู้นำทัพหน้า (Noun) ยังคงเหมือนเดิม
คือ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง
ชุดเกราะประจำตำแหน่งที่ใช้ ต้องเหมือนเดิม ตายตัว ไม่เปลี่ยนแปลง
มีเอกลักษณ์ เฉพาะตัว ไม่เหมือนใคร



บทที่ 2
ลักษณะของผู้นำทัพกลาง (Verb) หรือทัพหลวง
มีชื่อตำแหน่ง Head of Direction
เพราะเป็นผู้กำหนดทิศทางในการสู้ศึกครั้งนั้น
ชุดเกราะประจำตำแหน่งที่ใช้ ไม่จำเป็นต้องเหมือนเดิมทุกครั้ง
ขึ้นอยู่กับ เวลาของประเทศที่ไปทำศึก มาอันดับหนึ่ง
และตามด้วย จังหวะ ท่าทางและอารมณ์ ของ Queen of Sentence

บทที่ 3
ลักษณะของผู้นำฝ่ายเสบียง (Complementary)
ต้องมีความสามารถที่หลากหลาย
โดยเฉพาะรู้จักการเติมเต็มกำลังของทุกเหล่าทัพให้อิ่มหนำสำราญ
รู้จักการปรับตัวเข้าหาผู้นำทุกเหล่าทัพได้เป็นอย่างดี
สามารถเสริมกำลังให้กองทัพมีความสมบูรณ์พร้อมตลอดเวลา



บทที่ 4
ศึกครั้งแรก

พระนาง Queen of Sentence
ทรงบัญชาให้ แม่ทัพกองหน้า (Noun)
แต่งชุดเกราะเหมือนทุกครั้งที่ไปกรำศึก
และประจำตำแหน่งปกติของแม่ทัพ
กองทัพได้เดินทัพไปสู้ศึก ณ เมือง Fact & Routine
พระนางให้ชื่อศึกครั้งนั้นว่า Simple Tense

การศึกนั้นเป็นไปอย่างเชื่องช้าและเนิบนาบ ยืดเยื้อยาวนาน
ตะวันออกจนตะวันตก ขึ้นลงนับครั้งไม่ถ้วน
จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี
จนทหารเหนื่อยล้า แต่ในที่สุด ฝ่ายของพระนางก็เป็นฝ่ายมีชัย
เหนือเมือง Fact & Routine

พร้อมกันนั้น
พระนาง Queen of Sentence
ก็ทรงสั่งให้ แม่ทัพ กองกลาง (Verb)
แต่งกายในรูปแบบปกติ (Infinitive Verb)
แต่ด้วยความที่การรบ ณ เมือง Fact & Routine
ได้เกิดโรคระบาด
ทำให้ต้องมีการเปลี่ยนตัวผู้นำทัพ (Pronoun) อยู่หลายหน
จึงทำให้ช่างตัดเย็บชุดเกราะ ให้แม่ทัพกองกลาง (Verb)
ผู้นำทัพ (Pronoun) บางคนตัวอ้วน (-es) บางคนตัวผอม (-s)
ก็จำต้องเปลี่ยนชุดเกราะไปตามขนาดของแม่ทัพกองกลาง (Verb) แต่ละคน

การศึกบางครั้ง ที่ยากมาก ๆ
หากจำเป็นต้องใช้ผู้นำทัพหลายคน (Plural Noun)
เพื่อทำงานร่วมกัน ผู้นำกองกลางที่เข้าขากันได้ (Verb) เพียงคนเดียว
ก็สามารถเป็นไปได้










บทที่ 5
การศึกที่กองกำลังความถี่

ณ เมือง Fact & Routine
มีกองกำลังที่ใช้แมลงมีพิษ หลากหลายสายพันธุ์ เป็นอาวุธ
(Adverb of Frequency)
เพื่อต่อกรกับกองทัพของพระนาง Queen of Sentence

ทำไมถึงมีชื่อกองกำลังว่า ความถี่ (Frequency)
ก็เพราะจากกลยุทธ์ที่กองกำลังนี้ใช้ต่อต้านศัตรู
ก็คือ การปล่อยแมลงมีพิษ มาบ่อยบ้าง จนถึงนาน ๆ มาครั้ง
หรือแมลงบางสายพันธุ์ก็แทบจะไม่เคยถูกใช้งานในการรบเลย
เพียงแต่เลี้ยงไว้ข่มขวัญชาวเมืองอื่นก็เท่านั้น